วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บทที่ 2 ความสัมพันธ์ในฐานข้อมูล

ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง One-to-One
     เปิดข้อมูลจาก RTArcGIS > Prachinburi > SOIL_GRP จากนั้นลากข้อมูล Shapefile ชื่อSOIL_GRS ออกมา





       จากนั้น คลิกขวาที่ SOIL_GRS ตรง Table Of Contents เลือก Open Attribute ดังรูปภาพ


จะปรากฏตาราง SOIL_GRS ดังนี้


       จากนั้น ลากข้อมูล SOILCODE เหมือนกับ Shapefile ข้อมูล SOIL_GRS แล้วคลิกขวาเลือก Open Attribute จะปรากฏตาราง ดังนี้


** สังเกตว่าทั้งสองตารางมี field ข้อมูล SOIL_ID เหมือนกัน

     จากนั้นจะทำการรวมข้อมูล SOIL_ID โดยเลือก SOIL_GRS เป็นตารางตั้งต้น  ขั้นตอนต่อมาคลิกลูกศรตรง Table Options เลือกคำสั่ง Join and Relates > Join ...


เลือก field ที่ต้องการนำมา join นั่นก็คือ SOIL_ID จากนั้นกด OK ดังรูปภาพ



จากนั้นมันจะทำการรวมตารางให้ เมื่อเราคลิก highlight มันจะปรากฏกรอบสีฟ้าที่  Shapefile ดังรูปภาพ

  •                         ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม One-to-Many  

         ไปที่ LAB05 > AMPHOE ออกมา ดังรูปภาพ

คลิกขวา AMPHOE เลือก Open Attribute

 

จะปรากฏตาราง ดังนี้


เปิดข้อมูลตารางชื่อหมู่บ้าน Village_Relate จาก LAB05 แล้วคลิกขวาเลือก Open Attribute 


จะปรากฏตาราง ดังนี้   



**สังเกตว่า ทั้งสองตารางมี field ที่เหมือนกัน คือ AMP_NAME, AMP_CODE, PROV_NAME



     จากนั้นให้เอาตารางข้อมูล AMPHOE เป็นตารางตั้งต้น โดยไปที่ เลือกคำสั่ง Join and Relates > Relates

 

เลือก field ที่ต้องการนำมา Relate นั่นก็คือ AMP_CODE จากนั้นกด OK ดังรูปภาพ


จากนั้นมันจะทำการรวมตารางให้ โดยผลที่ได้จากการ Relate มันจะไม่โชว์ในตารางแต่เมื่อเราคลิก highlight มันจะปรากฏกรอบสีฟ้าที่ Shapefile ดังรูปภาพ


การดูผลจากการ Relate สามารถทำได้โดยคลิกเลือกคำสั่ง Relate Tables > Relate 1 (ชื่อที่ตั้งไว้)


จะปรากฏหน้าต่าง ดังนี้


การคำนวณค่าสถิติ คลิกขวาที่ AREA เลือกคำสั่ง Statistics... ดังรูปภาพ


จะปรากฏหน้าต่าง Selection Statistics of AMPHOE ซึ่งจะมีให้เลือก Field ที่แสดงแต่ตัวเลขเท่านั้น


ได้แก่ Field AREA, PERIMETER, AMPHOE, AMPHOE_ID


        **สังเกตว่า Field อื่นที่เป็นตัวเลข แต่ไม่ได้แสดงอยู่ในตัวเลือก Field เพราะ มันถูกเลือกเป็นข้อมูล Text (ข้อความ)

                    การแสดงกราฟ
                    คลิกแถบคำสั่ง View > Grape > Create...


จะปรากฏหน้าต่าง ดังรูปภาพ
เลือก Graph type เป็น Vertical Bar (กราฟแนวตั้ง) และเลือก Value field เป็น 
AREA จากนั้นกด Next

 

จากนั้น ตั้งชื่อกราฟว่า “Graph of AMPHOE” ตรงแถบ Title ดังรูปภาพ เสร็จแล้วคลิก Finish



จะปรากฏหน้าต่าง ดังนี้


การแก้ไขกราฟ คลิกขวาตรงพื้นที่ว่างเลือก Advanced Properties...


จะปรากฏหน้าต่างแก้ไข ดังรูปภาพ
การเปลี่ยนชื่อ คลิก Titles เลือกแถบ Style สามารถแก้ไขชื่อกราฟได้ที่ Text


               สามารถเปลี่ยนสีตัวอักษร เลือกขนาด ลักษณะอื่นๆได้ โดยไปที่ Text > Font



                 การเพิ่มเงาให้ตัวอักษร ไปที่ Text > Shadow



- การปรับแก้แกน X,Y สามารถทำได้โดยไปที่ Axis เลือก Left Axis > Style > Title แล้วทำการแก้ไขชื่อได้ตรงช่อง Title 

 

การปรับแก้ขนาดและรูปแบบของตัวหนังสือในแกน Y คลิก Format > Text > Font ดังรูปภาพ

  

การเพิ่มชื่อในแนวแกน X คลิกเลือก Bottom Axis > Style พิมพ์คำว่า “Amphoe”



การปรับแก้ลักษณะตัวอักษร สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยคลิก Format > Text > Font


 

- การปรับเปลี่ยนตำแหน่งแถบแสดงค่าข้อมูล สามารถทำได้โดยคลิกเลือก Legend > Position  

 

               สามารถเลือกได้ทั้งซ้ายและขวา หรือจะเป็นบนและล่างก็ได้ ดังรูปภาพ

 

- การแก้ไขรูปแบบลักษณะของกราฟ คลิกเลือก Vertical Bar ทางซ้ายมือก่อน 

จากนั้นคลิกแถบคำสั่ง Format > Format สามารถเลือกสีและรูปแบบให้ตัว

กราฟได้โดย *คลิกที่ช่อง Color Each เพื่อเอาเครื่องหมายถูกออกก่อน รูปแบบ

ที่เราเลือกจึงจะปรากฏ จากนั้น กด Close ออกมารูปแบบจะปรากฏดังรูปภาพ

 

 

การเปลี่ยนรูปแบบกราฟเป็น 3D โดย double cilck ตรงกราฟจากนั้นจะปรากฏหน้าต่าง ดังรูปภาพ ให้คลิกเลือกแถบคำสั่ง Appearance และคลิกที่ช่อง Graph in 3D view เพื่อให้แสดงเครื่องหมายถูก 


 

การนำกราฟมาใช้งาน

               คลิกขวาเลือก Export...  

      
  
              จะปรากฏหน้าต่าง Export Dialog เราสามารถเลือกได้ว่าต้องการนำไปใช้งานอย่างไร ตรงช่อง Format เช่น เลือก save เป็นไฟล์ .jpeg หรือ copy ลงword ก็สามารถทำได้

    

     ไปที่ View > Reports > Create Report... 
   
   


ทำการเลือก field ที่จะนำมา creat report ดังรูปภาพ จากนั้นคลิก Next
   

    **ถ้าไม่ต้องการจัดกลุ่มให้คลิก Next

ถ้าต้องการเลือกให้มีการจัดกลุ่มเรียงตามรหัสอำเภอ สามารถทำได้โดยเลือกตรงช่อง Fields เป็น AMP_CODE และเลือกตรงช่อง Sort เป็น Ascending คือ การเรียงลำดับจากน้อยไปมาก ส่วน Descending คือ การเรียงลำดับจากมากไปน้อย 






การตั้งชื่อ ถ้าไม่ต้องการเปลี่ยนคลิก Next และกด Finish




จะปรากฏหน้าต่าง Report Viewer สามารถทำการแก้ไขข้อมูลได้โดยการเลือกแถบคำสั่ง Edit และถ้าต้องการ save สามารถทำได้โดยคลิกที่สัญลักษณ์รูป ดิสก์ โดยนามสกุลของ Report เป็น .rdf


    



วิดีโอแนะนำการใช้โปรแกรม ArcMap 10 เรื่อง ความสัมพันธ์ในฐานข้อมูล

 



















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น